เทรด Forex เสี่ยงไหม ? รวมเคล็ดลับบริหารความเสี่ยงที่ควรรู้
เมื่อได้ยินคำว่า Forex แล้ว หลายคนอาจจะสงสัยว่าการ เทรด Forex เสี่ยงไหม เพราะอาจจะไม่ยังไม่เข้าใจวิธีการเทรดและการบริหารความเสี่ยงที่ดี ถึงแม้ว่านักเทรดหลายคนมักจะใช้วิธีการเทรดฟอเร็กซ์เพื่อช่วยให้รวยขึ้นเพียงชั่วคราว แต่สำหรับคนที่วางแผนเพื่อเทรดในระยะยาวมักจะมีการวางแผนการป้องกันที่ดีเพื่อ ควบคุมการขาดทุน และไม่ให้ตัวเองขาดทุนจนมากเกินไป อย่างที่รู้กันว่าไม่มีแผนไหนในโลกนี้ที่ออกแบบมาสมบูรณ์เพื่อการเทรดในตลาดฟอเร็กซ์ เพราะแต่ละนักเทรดก็มีสไตล์การเทรดเป็นของตัวเอง ดังนั้นการจัดการความเสี่ยงในระยะยาวเป็นเรื่องของความสามารถเฉพาะบุคคล บทความนี้อยากนำเสนอเคล็ดลับการบริหารความเสี่ยงในการเทรด Forex ที่หลากหลายเพื่อให้เหมาะกับนักเทรดตั้งแต่มือใหม่ไปจนถึงนักเทรดมือโปร เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดในทั้งหมดนี้คือ การสร้างวินัยในการเทรด Forex พร้อมทั้งรู้การใช้ ตัวช่วยในการจัดการความเสี่ยงในการเทรด Forex ถ้าพร้อมแล้วมาเริ่มเรียนรู้พร้อมกันได้เลย
การบริหารจัดการความเสี่ยง Forex คืออะไร ?
การบริหารจัดการความเสี่ยงในตลาด Forex คือสิ่งที่ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยป้องกันเงินทุนของนักเทรดในช่วงที่ตลาดมีความผันผวน เพราะตลาด Forex นั้นมีการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วอันเนื่องมาจากภาวะทางเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอนและข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับด้านภูมิรัฐศาสตร์ทำให้ราคามีการเคลื่อนไหวอย่างรุนแรงในเพียงเสี้ยววินาที การบริหารความเสี่ยงจากการเทรด Forex เป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมากในการช่วยให้นักเทรดสมารถเทรดในตลาดในระยะยาวได้ โดยที่ไม่โดนล้างพอร์ต เพราะเป้าหมายไม่ใช่การไล่ตามกำไรสูงสุดแต่เป็นการจำกัดการขาดทุนที่อาจเกิดขึ้นในทุกช่วงเวลาในตลาด โดยเฉพาะเมื่อตลาดมีสภาวะเปลี่ยนแปลงบ่อย เพราะฉะนั้นการจัดการความเสี่ยงควรเริ่มตั้งแต่การกำหนดในเรื่องของขนาด Position ที่เหมาะสม การวางแผนจะเข้าซื้อให้ถูกที่ถูกเวลาและการกำหนดว่าจะยอมเสี่ยงขาดทุนเท่าไหร่ต่อการเทรดแต่ละครั้ง
เทรด Forex เสี่ยงไหม ทำไมต้องบริหารความเสี่ยง
แม้แต่กลยุทธ์การบริหารความเสี่ยงที่ดีที่สุดก็อาจจะไม่มีผลจากการขาดทุนครั้งใหญ่เพียงครั้งเดียว นักเทรดมือใหม่มักทำผิดพลาดด้วยการโฟกัสที่การทำกำไรมากเกินไปและละเลยการวางแผนควบคุมความเสี่ยง ดังนั้น 3 ข้อต่อไปนี้คือสิ่งสำคัญว่าทำไมการบริหารความเสี่ยงใน Forex จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นไม่ว่าจะเป็นนักเทรดในระดับไหน
1. เพื่อปกป้องเงินทุน
ยอดเงินในบัญชีคือสิ่งที่ทำให้นักเทรดยังสามารถเข้าร่วมตลาดได้ การบริหารความเสี่ยงในการเทรดอย่างสม่ำเสมอจะช่วยลดผลกระทบจากเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่ง เพื่อให้บัญชีของนักเทรดสามารถรับมือกับความผันผวนของตลาดได้
2. เป็นการลดการตัดสินใจที่ขับเคลื่อนด้วยอารมณ์
ราคาที่แกว่งตัวอย่างรุนแรงและการขาดทุนอาจทำให้นักเทรดพยายามไล่ตามจำนวนการขาดทุนโดยเพิ่มขนาด Position และมักจะมีความลังเลในช่วงเวลาสำคัญ ดังนั้น การกำหนดขนาด Position, การใช้คำสั่ง Stop-Loss และมีกฎการออกจากการเทรดล่วงหน้า จะช่วยควบคุมความเสี่ยงได้ อีกทั้งยังทำให้นักเทรดสามารถปฏิบัติตามกฎเดิมได้ทุกครั้ง ไม่ว่าตลาดจะสงบหรือผันผวน
3. ควบคุมการขาดทุน ในระยะยาว
การเทรดในระยะยาวไม่ได้หมายความว่าต้องไม่มีการขาดทุนเลย แต่หมายถึงการ ควบคุมการขาดทุน ให้ได้เพื่อให้สามารถเทรดได้ในปริมาณที่มากพอที่จะพิสูจน์ว่ากลยุทธ์ต่างๆนั้นได้ผลหรือไม่ เพราะการบริหารความเสี่ยงใน Forex เองไม่ได้ให้ความได้เปรียบในการเทรดโดยตรง แต่มอบความมั่นคงและความสม่ำเสมอเพื่อสร้างความได้เปรียบนั้น

วิธีสร้างวินัยและกำหนดแผนบริหารความเสี่ยงในการเทรด
การบริหารความเสี่ยงใน Forex ต้องมีโครงสร้างที่ชัดเจนที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้พร้อมกับการมีวินัยที่ดี การมีกรอบบริหารความเสี่ยงเพื่อชี้นำการตัดสินใจจะช่วยลดโอกาสที่จะอาศัยแค่ความรู้สึกโดยการกำหนดแผนบบริหารความเสี่ยงที่ชัดเจน กฎเหล่านี้คือรากฐานของการบริหารความเสี่ยงในการเทรดฟอเร็กซ์และควรปฏิบัติตามในทุกสภาวะตลาด มาดูองค์ประกอบสำคัญกันว่ามีอะไรบ้าง
1. กำหนด Loss Limit
ในการบริหารความเสี่ยงในการเทรด มีสองเกณฑ์สำคัญที่ต้องกำหนดก่อนเริ่มเทรด ได้แก่ การขาดทุนสูงสุดที่นักเทรดยอมรับได้ต่อการเทรดหนึ่งครั้งและการ Drawdown สูงสุดที่ยอมรับได้สำหรับบัญชีทั้งหมด หาก Equity ในบัญชีลดลงถึงเปอร์เซ็นต์ที่กำหนด นักเทรดควรจะหยุดเทรดและทบทวนแนวทางใหม่
2. หมั่นตรวจสอบ Win Rate และอัตราส่วน Risk-to-Reward
การวางแผนกลยุทธ์ต้องพิสูจน์ได้ว่าสามารถทำกำไรในระยะยาวและมีหลักฐานอยู่ที่ตัวเลขเหล่านี้ การผสมผสานของทั้งสองตัวชี้วัดควรให้ผลลัพธ์ที่เป็นบวกหลังหักค่าใช้จ่ายทั้งหมด รวมถึง ค่าสเปรด (spread) และ Slippage ตัวอย่างเช่น กลยุทธ์ที่มี Win Rate 50% ซึ่งได้กำไรจากการเทรดที่ชนะมากกว่าการขาดทุนถึงสองเท่าและมีแนวโน้มที่จะทำกำไรได้ในระยะยาว ดังนั้น ควรทบทวนผลการเทรดย้อนหลังอย่างน้อย 50 ครั้ง เพื่อพิจารณาว่ากลยุทธ์นั้นให้ผลลัพธ์ที่เป็นบวกหรือไม่เพื่อสร้างกลยุทธ์บริหารความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ
3. ทำสมุดบันทึกการเทรด
ควรจดบันทึกรายละเอียดของการเทรด เช่น จุดเข้าซื้อ, การวางคำสั่ง Stop-Loss, ขนาด Positionและเหตุผลในการเข้าเทรด รวมถึงจดบันทึกความรู้สึก ณ ขณะนั้นด้วย เป้าหมายไม่ใช่แค่การจดบันทึกแต่เพื่อระบุรูปแบบพฤติกรรมและจุดอ่อนของตัวเองที่ต้องนำมาพิจารณาในการวางแผน การบริหารความเสี่ยงในการเทรด Forex ควรมีหลากหลายรูปแบบ เช่น การขยับระดับ Stop-Loss, การเพิ่มขนาด Position หลังจากขาดทุน, การปิดทำกำไรเร็วเกินไปเพราะความกังวลและการเบี่ยงเบนจากแผนการเทรด
4. ทดสอบกลยุทธ์การบริหารความเสี่ยงก่อนทุกครั้ง
ก่อนเทรดด้วยเงินจริง ให้ทดสอบแผนกลยุทธ์กับข้อมูลราคาในอดีต โดยใช้ระบบควบคุมความเสี่ยงทั้งหมดรวมถึงขีดจำกัดการขาดทุนและการวาง Stop-Loss ตามที่จะใช้จริงในการเทรด จุดประสงค์ไม่ใช่การหากลยุทธ์ที่ดีที่สุดแต่เพื่อทดสอบว่ากลยุทธ์นั้นทนต่อแรงกดดันได้หรือไม่ กล่าวคือนักเทรดจะสามารถทนอยู่ในตลาดได้นานแค่ไหนเพราะกลยุทธ์ที่ไม่ผ่านการทดสอบกับข้อมูลในอดีตก็จะไม่ให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างมากในตลาดจริง

การบริหารความเสี่ยงในการเทรดแต่ละครั้ง
เมื่อรู้วิธีสร้างกรอบกลยุทธ์การบริหารความเสี่ยงโดยรวมแล้ว มาดูวิธีบริหารความเสี่ยงในการเทรดแต่ละครั้งว่านี้ควรใช้กลยุทธ์ไหนสำหรับนักเทรดมือใหม่และมืออาชีพ
1. กำหนดการขาดทุนสูงสุดที่ยอมรับได้ต่อการเทรด
แนวทางที่เหมาะสมคือควรเสี่ยงการขาดทุนไม่เกิน 1-2% ของ Equity หรือทุนในบัญชีต่อการเทรดหนึ่งครั้ง ตัวอย่างเช่น กำหนดการขาดทุนที่ 2% จากทุนบัญชีที่มี $1,000 หมายความว่าการขาดทุนของเราจะกำหนดไว้ที่ $20 ต่อการเทรด
2. ใช้คำสั่ง Stop-Loss
นี่คือส่วนสำคัญที่สุดส่วนหนึ่งในแผนการบริหารจัดการความเสี่ยงในการเทรด Forex นักเทรดควรใช้คำสั่ง stop loss เพื่อระบุระดับราคาการขาดทุนที่รับได้หากการเทรดนั้นไม่เป็นไปตามทิศทางที่วางแผนไว้ ยกตัวอย่าง หากระดับราคานั้นอยู่ห่างจากจุดเข้า 20 Pips ซึ่งหมายความว่าคำสั่ง Stop-Loss จะถูกทำงาน (trigger) เมื่อตลาดถึงราคานั้น
3. คำนวณขนาด Position
หลังจากที่นักเทรดกำหนดการขาดทุนสูงสุดที่ยอมรับได้และระดับ Stop-Loss ก็จะสามารถคำนวณขนาด Position ได้ โดยจะใช้การขาดทุนสูงสุดที่กำหนดไว้ล่วงหน้า (เช่น $20) และระดับ Stop-Loss (เช่น ห่างจากจุดเข้า 20 Pips) เพื่อกำหนดขนาด Position ที่ทำให้เงื่อนไขทั้งสองเกิดขึ้นได้
4. กำหนดเป้าหมายกำไรที่ต้องการ
ควรวางแผนและตัดสินใจว่าการเทรดรอบนี้จะทำกำไรที่เท่าไหร่ เพราะความโลภสามารถทำลายการเทรดมากกว่าที่คนส่วนใหญ่ยอมรับ โดยนักเทรดสามารถกำหนดระดับ Take-Profit แบบตายตัวได้และการปิดบางส่วน (เพื่อปิดส่วนหนึ่งของการเทรดและปล่อยให้ส่วนที่เหลือวิ่งต่อ) หรือการใช้ คำสั่งTrailing Stop เพื่อกำหนดเป้าหมายกำไรล่วงหน้าไว้ แม้ว่าจะสามารถปรับได้เมื่อการเทรดยังคงดำเนินการไป

ตัวช่วยในการจัดการความเสี่ยงในการเทรด Forex
การบริหารความเสี่ยงในการเทรดฟอเร็กซ์ไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด เพราะปัจจุบันมีการพัฒนาเครื่องมือที่เหมาะสมเพื่อช่วยให้นักเทรดวางแผนบริหารความเสี่ยงได้แม่นยำขึ้นและเพื่อลดการพึ่งพาการคำนวณด้วยมือ ดังนั้น ต่อไปนี้คือ 3 เครื่องมือหลักที่นักเทรดนิยมใช้กัน
- เครื่องคำนวณขนาด Position: เพียงแค่กำหนดค่าสองอย่าง คือการขาดทุนสูงสุดที่รับได้และระยะ Stop-Loss เป็น Pip ระบบจะคำนวณขนาด Position ที่เหมาะสมให้เลย เพื่อช่วยลดความผิดพลาดจากการคำนวณเองและทำให้การเทรดอยู่ในกรอบความเสี่ยงที่กำหนดไว้
- เครื่องมืออัตโนมัติ: หลายแพลตฟอร์มมีการนำหุ่นยนต์เทรดหรือที่รู้จักกันในชื่อ Expert Advisors (EA) บน MetaTrader 4 ที่จะช่วยทำงานอัตโนมัติในการ ควบคุมการขาดทุน เช่น การวาง Stop-Loss หรือตอนเปิดออเดอร์ทันที เพื่อช่วยให้ไม่พลาดขั้นตอนสำคัญ อย่างไรก็ตามไม่ควรพึ่งพามากเกินไปเพราะปัญหาการเชื่อมต่อและข้อผิดพลาดของระบบ หรือสภาวะตลาดที่ผิดปกติอาจส่งผลต่อการทำงานได้ ควรใช้เป็นเครื่องมือช่วยเสริมเพียงเท่านั้น
- การตั้งค่าหน้าจอเทรด: ณ ปัจจุบันแพลตฟอร์มมักจะมีการตั้งค่าหรือปรับให้รองรับกับการตัดสินใจและการบริหารความเสี่ยงได้ดีขึ้น โดยเพิ่มเครื่องมือต่างๆเข้าไปในหน้าจอโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นการแสดงค่าสเปรด, ตัวบ่งชี้ Session, การแจ้งเตือนราคาและ Risk Scripts เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการเทรดที่เป็นระบบมากขึ้น เพื่อช่วยให้ติดตามสถานการณ์ได้อย่างสม่ำเสมอ ลดการพึ่งพาความจำและลดการตัดสินใจแบบหุนหันพลันแล่นอันเนื่องมาจากการใช้อารมณ์
รวมข้อผิดพลาดในการบริหารจัดการความเสี่ยง
การบริหารจัดการความเสี่ยงในการเทรดฟอเร็กซ์ต้องอาศัยการฝึกฝน การทำผิดพลาดหริอการย่ำอยู่กับที่เป็นเรื่องปกติ สิ่งสำคัญกว่าคือการเรียนรู้จากความผิดพลาดเหล่านั้น เพราะนักเทรดบางคนส่วนใหญ่แล้วการเอานิสัยที่ไม่ดีและอารมณ์เป็นตัวขัดขวางความสำเร็จ นักเทรดมือใหม่หลายๆคนควรที่จะหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดเหล่านี้ได้ตั้งแต่ตอนต้น
- การใช้ Leverage แบบผิดวิธี
นักเทรดมือใหม่หลายคนมักหลงไปกับการใช้ leverage (เลเวอเรจ)ที่เพิ่มโอกาสทำกำไร จนลืมให้ความสำคัญกับการจำกัดการขาดทุน เพราะการเปิด Position ขนาดใหญ่เกินไปด้วย Leverage ทำให้แทบไม่มีพื้นที่รับมือกับความผันผวนของราคา อีกทั้งจะเป็นการเพิ่มขนาดสเปรดที่กว้างขึ้นหรืออาจทำให้เกิด Margin Call ได้ ดังนั้นนักเทรดมือใหม่ควรจะเรียนรู้การใช้ leverage ที่ถูกต้องและการใช้ Margin ในการเทรด Forex เพราะนักเทรดมือโปรจะไม่สนใจว่าพอร์ตตัวเองจะรับความเสี่ยงได้มากแค่ไหน แต่มักให้ความสำคัญกับการทนอยู่ในตลาดให้มากที่สุดก่อนที่จะถูกบังคับปิดออเดอร์
- เทรดโดยไม่มีแผนการที่ชัดเจน
ไม่ว่าใครก็ตามที่เทรดโดยไม่มีแบบแผนที่ชัดเจนก็เหมือนกับการสุ่มเดาและไม่มีทางอยู่รอดในตลาดได้นาน นักเทรดต้องกำหนดเงื่อนไขการเข้าออเดอร์ ระดับ Stop-Loss และการขาดทุนสูงสุดที่รับได้ก่อนเปิดออเดอร์ทุกครั้ง การเทรดโดยไม่มีแผนบริหารความเสี่ยงมักนำไปสู่การตัดสินใจแบบตามอารมณ์ เช่น ขยับการ Stop-Loss เพื่อเพิ่มความเสี่ยงหรือการปิดออเดอร์ก่อนเวลา หากไม่มีแผนจัดการความเสี่ยงที่ชัดเจนและไม่มีการควบคุมที่แน่นยำอาจทำให้พอร์ตแตกได้ในที่สุด
- Revenge Trading หรือเทรดเพื่อแก้แค้น
เมื่อนักเทรดมีการเพิ่มขนาด Position เพื่อพยายามเอาเงินที่เสียไปคืน ถือเป็นช่วงเวลาที่แย่ที่สุดในการเพิ่มความเสี่ยงให้กับพอร์ตตัวเอง เพราะนักเทรดหลายคนตกอยู่ในวังวนนี้เมื่อปล่อยให้อารมณ์เข้าครอบงำ ทิ้งหลักการบริหารความเสี่ยงทั้งหมด เพราะฉะนั้นควรกำจัดอารมณ์ความแค้นนี้ไว้ เพราะคือจุดที่บ่งบอกความแตกต่างระหว่างนักเทรดที่มีวินัยกับคนที่เทรดตามอารมณ์

เทคนิคในการจัดการความเสี่ยงในการเทรดฟอเร็กซ์
- ควรทบทวนประวัติการเทรดที่ผ่านมา
ลองย้อนกลับไปดูประวัติการเทรด 50 ออเดอร์ล่าสุด แล้วตรวจสอบว่าได้เทรดตามกฎที่วางไว้หรือเปล่า ทั้งเรื่องขีดจำกัดความเสี่ยง, ขนาด Position, ระดับ Stop-Loss และดูว่ามีการเกิด Revenge Trading ขึ้นไหม หากพบว่ามีการเบี่ยงเบนจากแผน ให้หยุดเทรดก่อนแล้วแก้ที่ต้นเหตุเพราะถ้าหากปล่อยทิ้งไว้มันจะเกิดซ้ำอีกแน่นอน
- เก็บกฎไว้ให้เห็นตลอดเวลา
ควรจดตัวเลขสำคัญไว้ให้ชัดเจน เช่น การขาดทุนสูงสุดต่อออเดอร์, ความเสียหายสูงสุดที่รับได้ต่อวันและขนาด Position สูงสุด แล้วควรตั้งให้มองเห็นได้ตลอดเวลาเพื่อเตือนใจอยู่เสมอ กฎที่ไม่ได้จดไว้จะถูกลืมทันทีเมื่อตลาดมีความผันผวน ดังนั้น เป้าหมายคือไม่เปิดช่องว่างให้ตัดสินใจแบบหุนหันพลันแล่นหรือเทรดตามอารมณ์ได้
- หมั่นฝึกฝนการเทรดบ่อยๆ
การใช้บัญชีเดโมคือที่ที่นักเทรดหลายๆคนควรใช้สำหรับฝึกพื้นฐานการจัดการบริหารความเสี่ยง ไม่ว่าจะเป็นการวางตำแหน่ง Stop-Loss หรือ การคำนวณขนาด Positionและการจัดการแต่ละออเดอร์ ควรทดลองใช้กับบัญชีเดโมเพื่อวิเคราะห์อารมณ์ที่เกิดขึ้นจริงเวลาเทรดจริงและเมื่อพื้นฐานแน่นแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือเปิดบัญชีจริงแล้วเทรดด้วยเงินน้อยๆก่อน เพราะเป้าหมายไม่ใช่การทำกำไร แต่คือการฝึกเพื่อหาแผนจัดการความเสี่ยงให้ได้
สรุป
การเทรดอย่างมืออาชีพไม่ใช่การทำนายอนาคต แต่คือการควบคุมสิ่งที่นักเทรดควบคุมได้ ไม่ว่าจะเป็นทั้งขนาด Position การกำหนดการขาดทุนที่รับได้ การลงมือปฏิบัติจริงและมี วิธีสร้างวินัยในการเทรด Forex สำหรับนักเทรดมือใหม่หลายคนมักสนใจเรื่องบริหารความเสี่ยงก็ต่อเมื่อมีการออกออเดอร์ใหญ่ๆ ทำให้พอร์ตที่สะสมมาหลายสัปดาห์พังทลายไปในพริบตา แต่นักเทรดที่ผ่านประสบการณ์มามากจะมองตรงกันข้าม เพราะการให้ความสำคัญกับการรักษาเงินทุนเป็นสิ่งที่สำคัญกว่าแล้วค่อยๆสร้างทุกอย่างต่อจากนั้น
การที่กำหนดแผนบริหารจัดการความเสี่ยงในการเทรด Forex ที่ชัดเจน พร้อมกับการเทรดอย่างมีวินัยจะเปลี่ยนวิธีการเทรดของนักเทรดไปเลย เพราะจุดโฟกัสจะเปลี่ยนจากการมองหาการทำกำไรครั้งเดียว ไปสู่การเทรดตามกระบวนการอย่างสม่ำเสมอ ทั้งนี้อารมณ์ไม่ได้หายไปไหนแต่เพราะมีระบบควบคุมความเสี่ยงที่จะทำหน้าเป็นเกราะป้องกันเมื่อตลาดผันผวนและมีการตัดสินใจยากขึ้น ดังนั้น ผลลัพธ์ระยะยาวไม่ได้ขึ้นอยู่กับออกออเดอร์ที่ดีที่สุด แต่ขึ้นอยู่กับว่าการบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างสม่ำเสมอ ติดตามเคล็ดลับการเทรดฟอเร็กซ์เพิ่มเติมได้ที่ EC Academy