EC Academy > พื้นฐาน > คำสั่งซื้อขายและ โครงสร้างตลาด Forex ฉบับเข้าใจง่าย

คำสั่งซื้อขายและ โครงสร้างตลาด Forex ฉบับเข้าใจง่าย

ตลาดฟอเร็กซ์หรือตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ซื่งถือเป็นตลาดการเงินที่มีขนาดใหญ่และมีสภาพคล่องสูงที่สุดในโลก ด้วยปริมาณการซื้อขายหมุนเวียนกว่า 6 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐต่อวัน บทความนี้จะพาคุณไปสำรวจเบื้องหลัง โครงสร้างตลาด Forex นี้ว่าประกอบด้วยอะไรบ้าง พร้อมอธิบายลำดับโครงสร้างของตลาดฟอเร็กซ์และระบบธนาคารกลางในการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศและเรียนรู้เกี่ยวกับกลไกการทำงานและประเภทของคำสั่งซื้อขาย (order) มาเริ่มกันเลย

ตลาดฟอเร็กซ์

โครงสร้างตลาด Forex

เมื่อพูดถึงโครงสร้างของตลาดฟอเร็กซ์ สำหรับนักเทรดนั้นหมายถึงการวางแผนกลยุทธ์ในการเคลื่อนไหวของคำสั่งซื้อขายในตลาด ซึ่งเกี่ยวข้องกับการทำความเข้าใจว่าใครแลกเปลี่ยนกับใครและจุดใดที่มีสภาพคล่องมากที่สุด ต่างจากตลาดหุ้นที่มักดำเนินการผ่านระบบกลาง เช่น ตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (NYSE) แต่ตลาด Forex ไม่มีศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนที่เป็นรูปธรรม ไม่ว่าจะเป็นอาคาร สำนักงาน หรือสถานที่สำหรับแลกเปลี่ยนสกุลเงิน การแลกเปลี่ยนฟอเร็กซ์เกิดขึ้นโดยตรงระหว่างผู้เข้าร่วมผ่านเครือข่ายการสื่อสารอิเล็กทรอนิกส์ ระบบซื้อขายผ่านธนาคาร และแพลตฟอร์มการเทรด ลองจินตนาการถึงการเชื่อมต่อระดับโลกระหว่างคู่สัญญาต่างๆ แทนที่จะเป็นการรวมศูนย์กลางไว้ที่เดียว

ลำดับ โครงสร้างตลาด Forex มีอะไรบ้าง

กลุ่มตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศระหว่างธนาคาร (Interbank Foreign Exchange Market)

ซึ่งตลาดแลกเปลี่ยนกลุ่มนี้ถือว่าเป็นตลาดระดับสูงสุดในระบบ Forex ประกอบไปด้วยธนาคารพาณิชย์ ธนาคารเพื่อการลงทุน ธนาคารกลางและสถาบันการเงินขนาดใหญ่ ที่มีการซื้อขายแลกเปลี่ยนสกุลเงินระหว่างกันในปริมาณมาก ทำให้ราคาในตลาดนี้เป็นมาตรฐานหลักที่ผู้ร่วมตลาด Forex ทุกคนใช้อ้างอิงในการแลกเปลี่ยนสกุลเงิน

กลุ่มผู้ให้บริการสภาพคล่อง (Liquidity providers) และโบรกเกอร์ระดับพรีเมี่ยม (Prime brokers)

ลำดับต่อไปคือกลุ่มผู้ให้บริการสภาพคล่องและไพร์มโบรกเกอร์ซึ่งเปรียบเสมือนธนาคารขนาดใหญ่และสถาบันการเงิน (ที่ไม่ใช่ธนาคาร) ที่สามารถเสนอราคาซื้อและราคาขายคู่สกุลเงินต่างๆ ให้แก่โบรกเกอร์และลูกค้าของสถาบัน เพื่อเพิ่มสภาพคล่องในตลาดและทำให้พร้อมซื้อขายได้ตลอดเวลา ทำให้ผู้เล่นสามารถเปิดคำสั่งซื้อขายได้ทันทีด้วยราคาที่เป็นธรรม

โบรกเกอร์ฟอเร็กซ์ (Forex brokers)

ถัดลงมาคือโบรกเกอร์ Forex ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงตลาดซื้อขายกับผู้ใช้งานปลายทาง โดยนักเทรดรายย่อยส่วนใหญ่รวมถึงนักเทรดมืออาชีพจำนวนมาก ไม่สามารถเข้าถึงตลาดในระดับสูง (Interbank Forex) ได้โดยตรง แต่จะทำการเปิดออเดอร์ผ่านแพลตฟอร์มของโบรกเกอร์แทน โดยทั่วไปแล้วโบรกเกอร์จะรวบรวมข้อมูลราคาจากผู้ให้บริการสภาพคล่อง (Liquidity Providers)หลายรายและแสดงราคาเหล่านั้นแก่ลูกค้า จากนั้นจึงส่งคำสั่งซื้อขายของลูกค้าเข้าสู่ตลาดในวงกว้างตามรูปแบบวิธีการจัดการคำสั่งซื้อ (Execution Model) ของตนเอง

ผู้ร่วมตลาดรายใหญ่ซึ่งกระจายตัวอยู่ทั่วศูนย์กลางทางการเงินที่สำคัญของโลก เช่น ลอนดอน นิวยอร์ก โตเกียว สิงคโปร์และซิดนีย์ จะเชื่อมโยงกันด้วยโครงสร้างการซื้อขายแบบอิเล็กทรอนิกส์ ทำให้ตลาดฟอเร็กซ์สามารถดำเนินการได้เกือบตลอดเวลาตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันศุกร์ นั่นหมายความว่าเมื่อช่วงเวลาการซื้อขายในภูมิภาคหนึ่งใกล้สิ้นสุดลง อีกภูมิภาคหนึ่งก็จะเริ่มต้นการซื้อขาย เพราะเหตุนี้ด้วยเวลาการซื้อขายที่คาบเกี่ยวกันทำให้การกำหนดราคาและการซื้อขายในคู่สกุลเงินหลักส่วนใหญ่ดำเนินไปอย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง

ประเภทคำสั่งซื้อขายในตลาด Forex

คำสั่ง Forex คือคำสั่งซื้อหรือขายในตลาดที่เหล่านักเทรดมักจะใช้คำสั่งประเภทต่างๆ เพื่อเปิดสถานะหรือบริหารความเสี่ยงในการเทรด ซึ่งการทำความเข้าใจประเภทของคำสั่งจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับมือใหม่ที่เริ่มเทรดฟอเร็กซ์

ประเภทคำสั่งซื้อขายฟอเร็กซ์

Market order หรือคำสั่งซื้อหรือขายคู่สกุลเงินทันทีตามราคาตลาด

คำสั่งซื้อขายประเภทนี้เป็นคำสั่งซื้อขายฟอเร็กซ์แบบง่ายที่สุด โดยการบอกกับทางโบรกเกอร์ได้ทันทีว่าคุณต้องการซื้อหรือขายคู่สกุลเงินในราคาตลาดปัจจุบันทันที คล้ายๆกับการที่เราสามารถหยิบสินค้าจากชั้นวางแล้วจ่ายเงินได้เลย ถึงแม้จะดูง่ายๆแต่สิ่งที่สำคัญคือคุณต้องรู้ว่าควรใช้ Market order ตอนไหน เพราะเมื่อส่งคำสั่งแล้ว ออเดอร์ของคุณจะถูกดำเนินการทันทีและคุณจะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้เพราะราคาการซื้อหรือขายได้ถูกกำหนดไว้แล้ว

Limit Orders

คำสั่งประเภท Limit Orders จะมีอยู่สองประเภทคำสั่งได้แก่ 

  • Buy Limit Order เหมาะสำหรับกรณีที่คุณคาดการณ์ว่าราคาจะปรับตัวลงก่อนแล้วจึงค่อยปรับตัวขึ้น ตัวอย่างเช่น หากราคาปัจจุบันของ EUR/USD อยู่ที่ 1.2000 และคุณคาดว่าราคาจะลดลงไปที่ 1.1950 ก่อนที่จะดีดตัวกลับขึ้น คุณสามารถตั้ง Buy Limit Order ไว้ที่ 1.1950 ได้
  • ในทางกลับกัน Sell Limit Order เหมาะสำหรับกรณีที่คุณคาดการณ์ว่าราคาจะปรับตัวขึ้นก่อนแล้วจึงค่อยปรับตัวลงต่อ ตัวอย่างเช่น หากราคาปัจจุบันของ EUR/USD อยู่ที่ 1.2000 และคุณคาดว่าราคาจะขึ้นไปที่ 1.2050 ก่อนที่จะกลับมาลดลง คุณสามารถตั้ง Sell Limit Order ไว้ที่ 1.2050 ได้

นอกจากนี้ Limit Order ยังสามารถใช้เป็น Take Profit Order ได้อีกด้วย ตัวอย่างเช่น หากคุณเปิด Long Position ของ EUR/USD ไว้ที่ 1.2000 และต้องการปิดสถานะเมื่อราคาขึ้นไปถึง 1.2100 คุณสามารถตั้ง Limit Order ไว้ที่ 1.2100 เพื่อปิดสถานะดังกล่าว

Stop Loss Orders

คำสั่ง Stop Loss สามารถใช้เพื่อเปิดสถานะหรือจัดการความเสี่ยงของคำสั่งซื้อขายที่มีอยู่ ได้แก่

  • คำสั่ง Stop Buy Entry Order จะเปิดสถานะเมื่อราคาเป็นไปตามที่กำหนด เช่น หากราคา EUR/USD อยู่ที่ 1.2000 และคุณคาดว่าราคาจะสูงขึ้นไปถึง 1.2050 คุณสามารถตั้งคำสั่งนี้เพื่อเปิดสถานะซื้อเมื่อราคาถึง 1.2050 
  • ในทางกลับกัน คำสั่ง Sell Stop Entry Order จะเปิดสถานะเมื่อราคาลดลงต่ำกว่าระดับที่กำหนด ตัวอย่างเช่น หากคุณคาดว่าราคา EUR/USD จะลดลงต่ำกว่า 1.1950 คุณสามารถตั้งคำสั่งนี้เพื่อเปิดสถานะขายที่ราคา 1.1950 

สิ่งที่สำคัญของคำสั่ง Stop Loss คือสามารถช่วยปกป้องการซื้อขายของคุณได้ หากทิศทางตลาดสวนทางกับสถานะของคุณ คุณสามารถใช้คำสั่ง Stop Loss อัตโนมัติเพื่อจำกัดการขาดทุน ตัวอย่างเช่น หากคุณเปิดสถานะ EUR/USD ที่ราคา 1.2000 และต้องการปิดสถานะหากราคาลดลงมาที่ 1.1950 คุณสามารถตั้งค่าคำสั่ง Stop Loss อัตโนมัติให้ขายที่ราคา 1.1950 ได้

กลไกการทำงานของคำสั่งซื้อขายใน ตลาด Forex เป็นอย่างไร

หากคุณอ่านมาถึงตรงนี้แล้ว แสดงว่าคุณน่าจะมีความเข้าใจเกี่ยวกับประเภทของคำสั่งซื้อขายใน Forex ว่าแต่คุณเคยสงสัยหรือไม่ว่าหลังจากที่เราส่งคำสั่งซื้อขายไปแล้ว กลไกการทำงานในเครือข่าย Forex นั้นเป็นอย่างไร 

อธิบายแบบง่ายๆก็คือ

เริ่มจากผู้เทรดรายย่อย เช่น พวกเรา ที่ส่งคำสั่งซื้อหรือขายผ่านแพลตฟอร์มการเทรด คำสั่งเหล่านี้จะถูกรวบรวมโดยโบรกเกอร์ Forex และส่งต่อไปยังผู้ให้บริการสภาพคล่อง (Liquidity providers) ซึ่งได้แก่ ธนาคาร หรือเฮดจ์ฟันด์ ซึ่งเป็นกลุ่มกองทุนที่มีความยืดหยุ่นสูง เพื่อดำเนินการตามคำสั่งซื้อขาย 

ในขณะเดียวกัน ผู้ให้บริการสภาพคล่องก็จะรวบรวมคำสั่งซื้อขายจำนวนมาก แล้วส่งต่อไปยังกลุ่มตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศระหว่างธนาคาร(Interbank Foreign Exchange Market) ซึ่งเป็นกลุ่มที่อยู่ในลำดับชั้นที่สูงที่สุดในโครงสร้างของตลาดฟอเร็กซ์

สิ่งสำคัญที่ต้องเข้าใจคือ คำสั่งซื้อขายเป็นหน่วยที่เล็กที่สุดในตลาดฟอเร็กซ์และเมื่อคุณเริ่มส่งคำสั่งซื้อขาย คุณอาจจะสงสัยว่าทำไมบางครั้งคำสั่งถูกดำเนินการอย่างรวดเร็ว บางครั้งก็ล่าช้า และทำไมค่าสเปรดถึงแตกต่างกัน ซึ่งปัญหาเหล่านี้เป็นสิ่งที่มือใหม่ที่เพิ่งเริ่มเทรดมักจะพบเจอ

ปัจจัยที่มีผลต่อราคาในตลาดฟอเร็กซ์ ประกอบด้วย

โครงสร้างตลาดฟอเร็กซ์ที่ขับเคลื่อนด้วยตัวเลขทางเศรษฐกิจและสถานการณ์ทางการเมือง สิ่งเหล่านี้ล้วนส่งผลให้ราคามีความผันผวนและการเคลื่อนไหวของคำสั่งซื้อขาย ตัวอย่างปัจจัยสำคัญ ได้แก่ 

  • นโยบายของธนาคารกลางที่มีการเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยซึ่งส่งผลต่อความต้องการสกุลเงิน
  • ตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจ อาทิ ตัวเลขจากข้อมูลอัตราเงินเฟ้อ อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจและอัตราการจ้างงาน มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจในการเทรด
  • ปัจจัยทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็นสงครามการค้าหรือความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ สามารถส่งผลต่อค่าเงินได้

อารมณ์ของตลาด (Market Sentiment) ข่าวสารสถานการณ์ทั่วโลกหรือแม้แต่จิตวิทยาการเทรดก็มีอิทธิพลอย่างมากต่อการตัดสินใจซื้อหรือขายของนักลงทุนในตลาดฟอเร็กซ์

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ โครงสร้างตลาด Forex

โครงสร้างตลาด Forex

โครงสร้างของตลาดฟอเร็กซ์ คืออะไร?

คือการจัดระเบียบสกุลเงินทั่วโลก โดยเริ่มต้นจากธนาคารขนาดใหญ่ในตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศระหว่างธนาคาร (Interbank Foreign Exchange Market) และส่งต่อไปยังผู้เทรดรายย่อย

การดำเนินคำสั่งในตลาดฟอเร็กซ์ เป็นอย่างไร?

คำสั่งซื้อขายในตลาด Forex จะถูกส่งจากผู้เทรดรายย่อยไปยังโบรกเกอร์ จากนั้นโบรกเกอร์จะรวบรวมคำสั่งซื้อขายไปยังผู้ให้บริการสภาพคล่อง (Liquidity providers) โครงสร้างการดำเนินงานนี้ถูกออกแบบมาเพื่อให้คำสั่งซื้อขายสามารถเข้าถึงคู่สัญญาที่เกี่ยวข้องได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งรักษาสภาพคล่องและราคาให้คงที่ในตลาด

ผู้เล่นในตลาดฟอเร็กซ์ มีใครบ้าง?

ผู้เล่นในตลาด Forex โดยทั่วไปประกอบด้วยธนาคารกลาง ธนาคารพาณิชย์ เฮดจ์ฟันด์ โบรกเกอร์ และผู้เทรดรายย่อยโครงสร้างตลาดฟอเร็กซ์เป็นแบบลำดับขั้น โดยตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศระหว่างธนาคารอยู่บนสุด ตามด้วยสถาบันอื่นๆและผู้เทรดรายย่อย

ตลาด Forex เป็นตลาดที่ไม่มีศูนย์กลางใช่หรือไม่?

ถูกต้อง ตลาด Forex แตกต่างจากตลาดหุ้นตรงที่ไม่มีศูนย์กลางในการแลกเปลี่ยน การซื้อขายสกุลเงินเกิดขึ้นโดยตรงระหว่างคู่สัญญาหรือที่เรียกว่าการซื้อขายนอกตลาดหลักทรัพย์ (Over-the-Counter) ผ่านธนาคารและโบรกเกอร์ ทำให้โครงสร้างตลาดฟอเร็กซ์เป็นแบบกระจายศูนย์

สรุป

สำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นเทรด ระบบฟอเร็กซ์อาจฟังดูเข้าใจยากและซับซ้อน แต่การทำความเข้าใจพื้นฐานของระบบ ตั้งแต่โครงสร้างระดับสูงสุด แพลตฟอร์มการเทรด ไปจนถึงผู้ใช้งานอย่างคุณจะทำให้เห็นว่าตลาด Forex ไม่ได้เคลื่อนไหวแบบสุ่มแต่มีเหตุและผลที่ขับเคลื่อนราคาในตลาดทุกวัน

ยินดีด้วยที่คุณมาถึงคอร์สนี้แล้ว หากคุณคิดว่าบทความนี้เป็นประโยชน์และต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการเทรด อย่าลืมติดตามอ่านบทความได้ที่ EC Academy