สรุป คู่สกุลเงิน ยอดฮิตใน Forex มีอะไรบ้างที่ต้องรู้
หลายๆคนอาจจะเคยได้ยินว่า Forex นั่น คือการเทรดผ่านคู่สกุลเงินต่างๆ ว่าแต่เราจะเลือกเทรด ประเภทคู่สกุลเงิน คู่ไหนถึงจะดีที่สุด บทความนี้อยากจะนำเสนอความเข้าใจและรายละเอียดของคู่สกุลเงินในตลาดฟอเร็กซ์แต่ละประเภท ไม่ว่าจะเป็นคู่สกุลเงินหลัก คู่สกุลเงินรองและคู่สกุลเงินแปลก รวมไปถึงการตีราคาของแต่ละคู่สกุลเงิน เพระการเลือก คู่สกุลเงิน ที่ต้องการเทรดโดยทั่วไปมักจะขึ้นอยู่กับกลยุทธ์การเทรด การยอมรับความเสี่ยงและสไตล์การเทรดของเรา
การที่มีพื้นฐานความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับประเภทคู่เงิน จะช่วยให้เราประเมินต้นทุน ขนาด position และการบริหารความเสี่ยงได้ ยกตัวอย่างเช่น คู่สกุลเงินหลัก หรือ Major Pairs มักจะมีความแตกต่างจากคู่สกุลเงินรองตรงที่การเคลื่อนไหวของราคาและสภาพคล่อง ซึ่งมักจะส่งผลต่อค่าสเปรดและการคาดเคลื่อนของราคา (slippage) ได้ เพราะฉะนั้นนักเทรดสาย swing มักจะไม่เทรดคู่สกุลเงินประเภทเดียวกับนักเทรดสาย scalper ทั้งหมดคือการวางแผนของแต่ละคน ไม่ใช่แค่การสุ่มเลือกคู่สกุลเงิน
คู่สกุลเงิน คืออะไร ใน Forex
ในตลาดฟอเร็กซ์นักเทรดมักจะ เทรดคู่สกุลเงิน แค่ 2 สกุลเงินเท่านั้น เช่น คู่สกุลเงินยูโร/ดอลลาร์สหรัฐ EUR/USD, คู่สกุลเงินปอนด์/เยน GBP/JPY โดยราคาที่เราเห็นในแต่ละคู่คืออัตราการแลกเปลี่ยนระหว่างสองคู่สกุลเงินนั้นๆ หรือเข้าใจอีกอย่างคือเราจะต้องใช้สกุลเงินอ้างอิงเท่าไหร่ถึงจะซื้อสกุลเงินหลักในคู่นั้นๆได้ ยกตัวอย่าง ถ้าราคาคู่สกุลเงิน EUR/US อยู่ที่ 1.0850 หมายความว่า 1 ยูโร มีค่าเท่ากับ 1.0850 ดอลลาร์สหรัฐ โดยที่สกุลเงินยูโร (EUR) คือสกุลเงินหลักและสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) คือสกุลเงินอ้างอิง
อัตราการแลกเปลี่ยนของคู่สกุลเงิน EUR/USD จะเพิ่มขึ้นถ้าสกุลเงินยูโร (EUR) แข็งกว่าสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) หรือถ้าสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) อ่อนกว่าค่าเงินยูโร ในทางกลับกัน อัตาการแลกเปลี่ยนก็จะลดลงถ้าสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งกว่าค่าเงินยูโร อัตราแลกเปลี่ยนหรือการอ่านราคาคู่สกุลเงินนั้นจะเปลี่ยนก็ต่อเมื่อค่าเงินในค่าเงินหนึ่งมีค่าอ่อนกว่าหรือมีค่าแข็งกว่าอีกสกุลเงินหนึ่งเมื่อจับคู่กัน

วิธีอ่านราคาในตลาดฟอเร็กซ์
เมื่อทำการซื้อขาย ราคาในตลาด Forex จะแสดงราคา 2 ราคาเสมอสำหรับคู่สกุลเงิน ได้แก่ ราคาเสนอขาย หรือ Bid price และราคาเสนอซื้อ หรือ Ask price เมื่อเราทำการขาย คำสัั่งของเราจะใช้ราคา bid price และเมื่อเราทำการซื้อ คำสั่งของเราจะใช้ราคาฝั่ง ask price ทั้งนี้ราคาทั้งสองมักจะมีช่องว่าง ตงรจุดนี้เรียกว่า สเปรด (spread) ค่าสเปรดนี้จะแตกต่างกันในแต่ละโบรกเกอร์ที่ให้บริการการเทรด เนื่องจากราคาจะขึ้นอยู่กับสภาพคล่องและเงื่อนไขการดำเนินการของแต่ละโบรกเกอร์
Bid price หรือราคาเสนอขาย: คือราคาที่ตลาดพร้อมจะจ่าย หากเราต้องการขาย (Short) คู่สกุลเงินGBP/USD
Ask price หรือราคาเสนอซื้อ: คือราคาที่ตลาดเสนอให้ หากเราต้องการซื้อ (Long) คู่สกุลเงินGBP/USD
ตัวอย่างการอ่านราคาคู่สกุลเงินGBP/USD (ปอนด์อังกฤษ/ดอลลาร์สหรัฐ)
สมมติคู่ GBP/USD มีค่า = 1.3050 / 1.3052
หากทำการขาย คำสั่งจะใช้ราคาที่ 1.3050 (Bid)
หากทำการซื้อ คำสั่งจะใช้ที่ราคา 1.3052 (Ask)
ทำให้มีส่วนต่าง 2 pip (0.0002) และส่วนต่างนี้ก็คือ spread
ลองคิดว่า spread เหมือนเป็นค่าธรรมเนียมในการทำธุรกรรม เมื่อทำการซื้อขาย เราจะเห็นค่า Spread ทันที เพราะฉะนั้นถ้าอยากคุ้มทุน เราต้องให้ราคาของคู่สกุลเงินนั้นเคลื่อนไหวในทิศทางที่เราต้องการทำกำไร
เพราะราคาฟอเร็กซ์ไม่ใช่แค่ตัวเลขบนหน้าจอ แต่สะท้อนถึงต้นทุนของทุกการซื้อขาย ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องนำมาคำนึงในแผนการบริหารความเสี่ยงด้วยเสมอ

ประเภท คู่สกุลเงิน
ประเภทคู่สกุลเงิน ในตลาด Forex จะสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 กลุ่มใหญ่ๆ
คู่สกุลเงินหลัก
คู่สกุลเงินหลัก คือ กลุ่มคู่สกุลเงินที่นิยมเทรดมากที่สุดและมักจะเห็นได้บ่อยๆ วิธีสังเกตุกลุ่มคู่สกุลเงินหลักจะสังเกตุได้จากการจับคู่สกุลเงินทุกครั้ง มักจะจับคู่กับเงินดอลลาร์สหรัฐอยู่เสมอและอีกฝั่งมักจะเป็นสกุลเงิน EUR, JPY, GBP, CHF, CAD, AUD or NZD ยกตัวอย่างเช่น คู่สกุลเงินEUR/USD (ยูโร/ดอลลาร์สหรัฐ), USD/JPY (ดอลลาร์สหรัฐ/เยนญี่ปุ่น), GBP/USD (ปอนด์อังกฤษ/ดอลลาร์สหรัฐ)
ด้วยปริมาณการเทรดในทุกๆตลาดทั่วโลก ทำให้กลุ่มคู่สกุลเงินหลักมีสภาพคล่องสูงมากกว่ากลุ่มคู่สกุลเงินแปลกและกลุ่มคู่สกุลเงินรอง หมายความว่าค่าสเปรดก็จะแคบลงและการส่งคำสั่งซื้อขายก็สะดวก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่ตลาดคึกคัก สำหรับมือใหม่ที่เพิ่งเริ่มเข้าสู่วงการเทรด แนะนำอย่างยิ่งให้เทรดกับกลุ่มคู่สกุลเงินหลักก่อน เพราะมีค่าใช้จ่ายช่วงแรกน้อยและราคาไม่ค่อยเปลี่ยนแปลงมากแม้ช่วงที่ตลาดซบเซา ทำให้กลุ่มคู่สกุลเงินหลักนี้มีการคาดเดาทิศทางที่ง่าย ซึ่งถือเป็นการเริ่มต้นเทรดที่ดีเลย
คู่สกุลเงินรอง
คู่สกุลเงินรอง หรือเรียกอีกอย่างว่า cross-currency pairs คือกลุ่มคู่สกุลเงินที่ไม่ได้จับคู่กับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ โดยทั่วไปกลุ่มคู่สกุลเงินรองมักจะมีสภาพคล่องน้อยกว่ากลุ่มคู่สกุลเงินหลัก หมายความว่าจะมีส่วนต่างระหว่างราคาที่กว้างขึ้น หรือ สเปรดกว้างและราคามักจะกระโดดโดยเฉพาะช่วงที่ตลาดเงียบหรือช่วงที่มีการประกาศข่าวสำคัญต่างๆ ยกตัวอย่างคู่สกุลเงินEUR/GBP ยูโร/ปอนด์, EUR/CHF ยูโร/ฟรังก์สวิส, NZD/JPY ดอลลาร์นิวซีแลนด์/เยน
แต่ก็จะมีคู่สกุลเงินบางคู่ เช่น EUR/GBP ยูโร/ปอนด์ ที่การเคลื่อนไหวของราคามักจะเสถียรกว่า ในทางกลับกันคู่สกุลเงินเช่น GBP/JPY ปอนด์/เยน ราคาจะสวิงมากทำให้เกิดสเปรดจำนวนหลายๆ pips ต่อการเทรดหนึ่งครั้ง
จุดดึงดูดหลักของกลุ่มคู่สกุลเงินรองก็คือปัจจัยที่ขับเคลื่อนตลาดที่แตกต่างกัน บางคู่มีความผันผวนมากและก็เพิ่มโอกาสมากเช่นกัน แต่ข้อเสียคือเงื่อนไขในการส่งคำสั่งซื้อขายออเดอร์ที่มีจำนวนมักจะไม่เสถียรและเมื่อเทียบกับกลุ่มคู่สกุลเงินหลัก อาจค่าสเปรดที่มากและการ slippage อันเนื่องมาจากการเคลื่อนไวของตลาดที่เคลื่อนไหวเร็ว ทั้งนี้กลุ่มคู่สกุลเงินรองอาจจะไม่ได้เหมือนกันทั้งหมดซะทีเดียว จึงควรพิจารณาในแต่ละคู่แยกออกไปและกำหนดขนาดการเทรดที่เหมาะสม โดยคำนึงถึงความผันผวนด้วย
คู่สกุลเงินแปลก
คู่สกุลเงินแปลก มักจะจับคู่กับสกุลเงินหลัก เช่น เงินดอลลาร์สหรัฐ กับกลุ่มตลาดเกิดใหม่ เช่น ลีราตุรกี (TRY) หรือแรนด์แอฟริกาใต้ (ZAR) คู่สกุลเงินเหล่านี้มักจะดึงดูดนักเทรดด้วยการเคลื่อนไหวของราคาแบบวันเดียวอย่างมีนัยสำคัญ แต่อย่างไรก็ตาม ข้อเสียก็คือการเทรดมักจะฝืดเมื่อเทียบกลุ่มคู่สกุลเงินอื่นๆที่นักเทรดมักจะนิยมกัน กล่าวคือกลุ่มคู่สกุลเงินแปลกจะมีสเปรดที่กว้างมาก ทำให้เกิดโอกาส slippage มากขึ้นเช่นกัน
สิ่งที่นักเทรดควรคำนึงถึงเมื่อเทรดกับกลุ่มคู่สกุลเงินนี้คือต้นทุน เพราะการที่มีสเปรดที่กว้างตั้งแต่เปิดออเดอร์ ทำให้เสียเปรียบอย่างมาก ยิ่งถ้าถือออเดอร์ข้ามคืนไว้ก็จะมีค่าธรรมเนียมสะสมหรือ swap fee อีกด้วย
ด้วยเหตุผลเหล่านี้กลุ่ม คู่สกุลเงินแปลก มักไม่ค่อยเป็นที่นิยมถ้าหากเรากำลังเพิ่งเริ่มเทรดเมื่อเทียบกับกลุ่มคู่สกุลเงินหลักที่มีสภาพคล่องสูงและคาดเดาได้ง่ายกว่า เพราะฉะนั้นกลุ่มคู่สกุลเงินแปลกจะเหมาะกับนักเทรดที่รู้สึกมั่นใจและสามารถจัดการการเกิด slippage และสามารถถือครองข้ามคืนได้ แต่สำหรับนักเทรดที่มีประสบการณ์มาก มักจะมองเห็นกลุ่มคู่สกุลเงินแปลกเป็นโอกาสในการสร้างกำไรมหาศาลจากการสวิงของราคาเมื่อเทียบกับกลุ่มคู่สกุลเงินอื่นๆ เรียกได้ว่า ยิ่งมีความเสี่ยงสูงมากเท่าไหร่ โอกาสในการทำกำไรยิ่งมีมากขึ้น

วิธีเลือก คู่สกุลเงิน ที่ดีที่สุดในการเทรด
ไม่มีใครสามารถบอกได้ว่าคู่สกุลเงินไหนที่เหมาะกับการเทรดมากที่สุดในโลก เพราะการเลือกคู่สกุลเงินควรเหมาะสมกับกลยุทธ์, การบริหารความเสี่ยงและช่วงเวลาในการเทรดของเรามากที่สุด โดยทั่วไปแล้วกลุ่มคู่สกุลเงินหลักมักจะเป็นที่นิยมเทรดและเหมาะกับการเริ่มต้นเทรดมากที่สุด เพราะสามารถจับคู่คำสั่งซื้อขายได้คล่องและมีต้นทุนการเทรดที่ต่ำกว่า เช่น ค่าสเปรดและการเกิด Slippage เนื่องจากกลุ่มคู่สกุลเงินหลักมีปริมาณการซื้อขายที่สูงมาก ทำให้ราคาเคลื่อนไหวมากพอที่จะสร้างโอกาส แต่เทรดเดอร์ส่วนน้อยที่จะรู้สึกว่ากำลังต่อสู้กับ Slippage และ ค่า Spread สูงทุกครั้งในทุกการเข้าทำรายการ เทรดเดอร์ส่วนใหญ่มักจะเริ่มต้นเทรดด้วยคู่สกุลเงินหลักเพื่อทำความเข้าใจ Spread ความผันผวนและการดำเนินการก่อนที่จะขยายไปสู่กลุ่มคู่สกุลเงินรอง
การเลือกคู่สกุลเงินที่ดีที่สุดยังเกี่ยวกับการเลือกตลาดที่บริหารจัดการได้ดี ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมช่วงเวลาในการเทรดจึงเป็นปัจจัยสำคัญ เพราะต้องเข้ากับไลฟ์สไตล์ของนักเทรดด้วย แม้ตลาด Forex จะเปิด 24/5 แต่คู่สกุลเงินหลายคู่มีช่วงเวลาที่มีการซื้อขายสูงกว่าช่วงอื่น ตัวอย่างเช่นคู่สกุลเงิน GBP/USD มักเคลื่อนไหวมากที่สุดในช่วงที่ตลาดลอนดอนและนิวยอร์กเปิดทับซ้อนกัน ในทางกลับกันสำหรับผู้ที่เทรดในช่วง Asian Session คู่สกุลเงินที่มี AUD หรือ JPY เช่น AUD/JPY มักเป็นคู่ที่มีการซื้อขายสูงที่สุด ด้วยปริมาณการซื้อขายที่มากขึ้นหมายถึง สเปรดก็แคบลงและการเคลื่อนไหวของราคาก็จะสม่ำเสมอกว่า ดังนั้นการเลือกคู่สกุลเงินที่ดีที่สุดคือคู่ที่ตรงกับช่วงเวลานักเทรด เพื่อให้มั่นใจว่าสภาพคล่องต่ำจะไม่เป็นปัจจัยรบกวน
ความผันผวน ค่าสเปรดและช่วงเวลาเทรดคือสามปัจจัยหลักที่กำหนดสภาพแวดล้อมการเทรดโดยรวม แทนที่จะพยายามหา "คู่เงินนำโชค" การเลือกคู่สกุลเงินดีๆควรอ้างอิงจากปัจจัยเหล่านี้เพื่อให้สอดคล้องกับความเสี่ยงที่รับได้และกิจวัตรประจำวันของเทรดเดอร์
ความอ่อนไหวต่อข่าว ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ต้องพิจารณา ตัวอย่างเช่นคู่สกุลเงิน EUR/USD ซึ่งเป็นหนึ่งในคู่สกุลเงินหลักที่มีการซื้อขายมากที่สุด มีชื่อเสียงด้านสภาพคล่องสูงและสเปรดที่ค่อนข้างแคบ อย่างไรก็ตาม แม้แต่คู่สกุลเงินEUR/USD นี้ก็อาจตอบสนองอย่างรุนแรงต่อการประกาศข่าวสำคัญ เช่น การประกาศตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (NFP) ของสหรัฐฯ ซึ่งอาจทำให้สเปรดมีการขยายตัวและราคาเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วในเสี้ยววินาที คู่สกุลเงินรองอาจไม่ใช่คู่ที่ดีที่สุดในช่วงที่มีข่าวผลกระทบสูง เนื่องจากความหนืดของตลาดที่เกิดขึ้นโดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ให้ความสำคัญกับการดำเนินการที่ราบรื่น
สำหรับคนที่ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเลือกเทรดกับคู่สกุลเงินไหนดี ต่อไปนี้คือเกณฑ์สำคัญหลักที่ควรคำนึงถึงเมื่อต้องเลือกเทรดคู่สกุลใดสกุลหนึ่ง ได้แก่ ความผันผวน, สเปรด, ช่วงเวลาเทรดและความอ่อนไหวต่อข่าว:
- คู่สกุลเงินEUR/USD มีฉายาว่า The Benchmark (คู่มาตรฐาน)
คู่ EUR/USD มักเป็นคู่แรกที่เทรดเดอร์ใช้เรียนรู้ว่าข่าวส่งผลต่อราคาอย่างไร ส่วนมากมักจะตอบสนองต่อหัวข้อข่าวของ ECB และ Fed ได้อย่างรวดเร็ว แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้มีผลกระทบต่อการเทรดมากด้วยสภาพคล่องที่สูงพอที่การดำเนินการจะราบรื่นกว่าบางคู่สกุลเงินอีกทั้งราคาของคู่สกุลเงินนี้ยังคงเคลื่อนไหวอย่างมีนัยสำคัญ อาจจะมีการเกิดการเปลี่ยนแปลงบ้าง เช่น สเปรด แต่จะไม่เปลี่ยนแปลงมากไปกว่าปกติ
- GBP/USD มีฉายาว่า The Aggressor (คู่ที่รุนแรง)
คุ่สกุลเงิน GBP/USD มักจะคึกคักที่สุดเมื่อตลาดลอนดอนและนิวยอร์กเปิดพร้อมกัน ในช่วงเวลานี้ตลาดมักมีการเคลื่อนไหวที่ดีที่สุดและการมีผู้ร่วมเทรดอย่างสม่ำเสมอ อย่างไรก็ตามนักเทรดควรระวังข้อมูลเศรษฐกิจของสหราชอาณาจักรที่อาจทำให้ราคาเคลื่อนไหวอย่างรุนแรงและบางครั้งอาจพลิกทิศทางอย่างฉับพลันได้เช่นกัน นั่นคือเหตุผลที่ต้องวางแผนการตั้งค่าความเสี่ยงหรือวางตำแหน่ง Stop-Loss และกำหนดขนาด Position ไว้ล่วงหน้า
- USD/JPY มีฉายาว่า คู่มาตรวัดความเสี่ยง (The Risk Barometer)
USD/JPY เป็นอีกหนึ่งในคู่สกุลเงินหลักที่อ่อนไหวต่อทิศทางอัตราดอกเบี้ยและการเคลื่อนไหวผลตอบแทนพันธบัตรเป็นอย่างมาก เมื่อธนาคารกลางเปลี่ยนทิศทางหรือผลตอบแทนพันธบัตรปรับตัว คู่สกุลเงินนี้มักตอบสนองทันที จึงเหมาะสำหรับคนที่อยากเรียนรู้เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างดอกเบี้ยและค่าเงิน แต่นักเทรดก็ต้องระวังว่ามันสามารถเปลี่ยนทิศทางได้อย่างรวดเร็วเช่นกัน
คู่สกุลเงิน Forex ทุกคู่มักได้รับผลกระทบจากข่าว สิ่งที่สำคัญคือต้องติดตาม Economic Calendar หรือปฏิทินเศรษฐกิจ เพื่อที่สามารถจะรู้ว่าการประกาศสำคัญจะออกมาเมื่อไหร่และสามารถตัดสินใจล่วงหน้าได้ว่าจะเทรดต่อหรือรอให้สภาวะกลับสู่ปกติก่อน

ข้อผิดพลาดที่มือใหม่มักพบบ่อย
ถึงแม้เราจะรู้ว่าคู่สกุลเงินไหนดีที่สุดในการเทรด แต่นั่นก็ยังไม่เพียงพอเพราะการเรียนรู้อย่างสม่ำเสมอต่างหากที่สำคัญและนี่คือ 3 ข้อผิพพลาดที่มือใหม่มักมองข้าม
1. สับสนระหว่างการเทรดมากเกินไปกับการกระจายความเสี่ยง
การถือครองคู่สกุลเงิน Forex หลายคู่พร้อมกันไม่ได้หมายความว่าพอร์ตของเราจะมีการกระจายความเสี่ยงเสมอไป การเปิด Long พร้อมกันในคู่สกุลเงินอย่าง EUR/USD, GBP/USD และ AUD/USD ในเวลาเดียวกัน คือการกระจุกตัวความเสี่ยงกับค่าดอลลาร์สหรัฐในทั้งสามตำแหน่งอย่างหนัก นี่ถือเป็นเรื่องที่มีความเสี่ยงสูงเพราะพอร์ตจะได้รับผลกระทบอย่างมากหาก Fed มีการเคลื่อนไหวแค่เพียงครั้งเดียว ดังนั้นเพื่อเป็นการกระจายความเสี่ยง นักเทรดมือใหม่อาจพิจารณาใช้คู่สกุลเงินรอง (Minor Pairs) เพื่อลดการเปิดรับความเสี่ยงต่อค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ
2. ประเมินค่าสเปรดต่ำเกินไปในช่วงที่มีข่าวสำคัญ
มือใหม่หลายคนมักโฟกัสเพียงแค่ราคาที่เห็นบนกราฟ โดยไม่ตระหนักว่าต้นทุนในการดำเนินการอาจสำคัญพอกัน โดยเฉพาะในช่วงที่มีการประกาศข่าวสำคัญ ซึ่งทำให้สภาพคล่องอาจลดลงอย่างรวดเร็ว สิ่งนี้ทำให้ขนาดของ Spread ที่ปกติแคบอยู่แล้วเกิดการขยายตัวอย่างรวดเร็วและเพิ่มโอกาส Slippage มากขึ้น ส่งผลให้คำสั่ง Stop-Loss ถูกเรียกใช้งานก่อนเวลาโดยไม่คาดคิดหรือคำสั่งถูกเติมในราคาที่แย่กว่าที่ต้องการ นี่คือเหตุผลที่ควรติดตามข่าว Economic Calendar และรู้ว่าการประกาศที่มีผลกระทบสูงนั้นมีกำหนดเมื่อไหร่และตัดสินใจล่วงหน้าว่าจะเทรดต่อหรือรอให้ผ่านไปก่อนดี
3. เกิดการเข้าใจผิดคิดว่าบัญชีทดลองจะเหมือนกับบัญชีจริง
บัญชี Demo หรือบัญชีทดลอง มีประโยชน์อย่างมากสำหรับมือใหม่เพื่อปูพื้นฐานที่สำคัญ เช่น วิธีอ่านราคา วิธีคำนวณมูลค่า Pip และวิธีการตั้ง Stop-Loss อย่างถูกต้อง แต่การเทรดจริงนั้นมักจะมีเงื่อนไขการดำเนินการตามตลาดจริง รวมถึง Slippageและยังมีเรื่องของอารมณ์อีกด้วย เพราะตอนนี้เราใช้เงินจริงๆในการเทรด เมื่อเปลี่ยนไปใช้บัญชีจริง สิ่งสำคัญคือต้องเริ่มต้นด้วยจำนวนเงินน้อยๆและมุ่งเน้นพัฒนาเทคนิคการเทรดของตัวเอง การเทรดคู่สกุลเงินใน Forex จะมีความไม่แน่นอนอยู่เสมอ สิ่งที่จะช่วยให้เทรดเดอร์อยู่ในเกมได้คือ การบริหารความเสี่ยงอย่างมีวินัย
สรุป
ลักษณะคู่สกุลเงินต่างๆในตลาด Forex มักจะแตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับสภาพคล่อง ความผันผวนและข่าวสารต่างๆที่กระทบกับค่าเงินนั้นๆ ซึ่งความแตกต่างนี้ส่งผลกระทบกับการอ่านราคาในแต่ละคู่สกุลเงินและค่าสเปรด ทั้งนี้ทั้งนั้นการเทรดคู่สกุลเงินคู่ใดคู่หนึ่งอาจไม่เหมาะกับเทคนิคใดเทคนิคหนึ่ง การทำความเข้าใจคู่สกุลเงินต่างๆและการอ่านราคาคือสิ่งที่สำคัญในการพัฒนาไปสู่การบริหารจัดการความเสี่ยง เพราะการบริหารความเสี่ยงให้ได้ผลจะช่วยให้นักเทรดรักษาผลประโยชน์ได้
เพราะฉะนั้นการเลือกคู่สกุลเงินที่ดีที่สุดอาจไม่ใช่การหามองหาผู้ชนะ แต่คือการเลือกคู่สกุลเงินที่มีสภาพคล่อง ความผันผวนและความเสี่ยงที่แต่ละคนรับได้ และช่วงเวลาการเทรดกับการส่งคำสั่งซื้อขายก็สำคัญเช่นกัน โดยรวมแล้วการเทรดในกลุ่มคู่สกุลเงินหลัก (major pairs) จึงเหมาะกับนักเทรดมือใหม่
สิ่งที่ควรเริ่มลงมือทำได้แล้วก็คือการฝึกฝนในบัญชีทดลองและบันทึกไว้ แทนที่จะลองสุ่มเทรดกับคู่สกุลเงินมั่วๆ มือใหม่วครจะจดบันทึกว่าสเปรดเปลี่ยนแปลงไหม แล้วมีการเกิด slippage หรือไม่ ตามแต่ละช่วงเวลาที่ทดลองเทรด แล้วจึงค่อยโพกัสที่คู่สกุลเงินใดสกุลหนึ่งเพื่อศึกษาการเคลื่อนไหวของราคาและปรับปรุงเทคนิคให้ดีมากยิ่งขึ้น
ฝึกฝนพัฒนาทักษาไม่ใช่ความมั่นใจ เพราะความมั่นใจยังไม่ใช่การวัดผลที่ดีที่สุดแต่การบันทึกการเทรดคือสิ่งที่สำคัญที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการเข้าใจระบบเทรด การตั้งค่า stop-losses และการจัดการความเสี่ยง ทั้งนี้หากมือใหม่ทั้งหลายไม่อยากพลาดทริคดีๆในการเทรด สามารถติตตามอ่านเพิ่มเติมได้ที่ EC Academy