รู้จัก ผู้เล่นในตลาด Forex ว่าใครเป็นใครและมีบทบาทอะไร
ตลาด Forex เป็นตลาดการเงินที่ใหญ่ที่สุดและมีสภาพคล่องสูงที่สุดในโลก โดยมีการซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินตราจำนวนกว่าล้านล้านบาทในแต่ละวัน ตลอด 24 ชั่วโมงและครอบคลุมทุกเขตเวลาทั่วโลก ด้วยปริมาณเงินจำนวนมหาศาลที่หมุนเวียนในทุกวินาที คุณอาจเริ่มสงสัยว่าใครคือ ผู้เล่นในตลาด Forex นี้
บทความนี้จะพาคุณไปทำความรู้จักว่าใครเป็นใครกันบ้างและบทบาทสำคัญของพวกเขา ตั้งแต่ผู้เล่นระดับใหญ่อย่าง ธนาคารกลาง ไปจนถึง โบรกเกอร์ และ นักเทรดรายย่อย พร้อมอธิบายว่าบทบาทของแต่ละฝ่ายส่งผลต่ออัตราการแลกเปลี่ยนสกุลเงินอย่างไร
การเคลื่อนไหวของสกุลเงินไม่ได้เกิดขึ้นแบบสุ่มๆ แต่ทุกๆการเปลี่ยนแปลงและความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนล้วนมาจากการกระทำของกลุ่มผู้เล่นเหล่านี้ในตลาดฟอเร็กซ์ซึ่งสามารถแบ่งออกได้ดังนี้

ธนาคารกลาง (Central Banks)
ธนาคารกลาง คือกลุ่มที่อยู่บนจุดสูงสุดของผู้เล่นในตลาด Forex ซึ่งเป็นสถาบันที่อำนาจมากที่สุดในการจัดการความมั่นคงทางการเงิน ธนาคารกลางถือเป็นผู้เล่นสำคัญในตลาด Forex ที่มีอำนาจสูงสุดารจัดการเสถียรภาพทางการเงิน
อิทธิพลและบทบาทของ ธนาคารกลาง ที่มีต่อตลาด Forex ได้แก่
- การกำหนดอัตราดอกเบี้ย: การเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยส่งผลอย่างมากต่อค่าเงิน เช่น หากอัตราดอกเบี้ยสูงขึ้น ค่าเงินของประเทศนั้นจะแข็งค่าขึ้นหรือถ้าหากคาดว่านโยบายค่าเงินจะเข้มงวดขึ้น ก็จะส่งผลเช่นเดียวกัน
- การแทรกแซงโดยตรง: ธนาคารกลางในหลายๆแห่งมักจะซื้อหรือขายสกุลเงินของตัวเองเพื่อสร้างความผันผวนในอัตราการแลกเปลี่ยน
- การประกาศนโยบายทางการเงิน: ทิศทางเศรษฐกิจและนโยบายเป็นสิ่งที่สร้างความคาดการณ์และส่งผลให้เกิดความผันผวนในตลาดฟอเร็กซ์
อัตราดอกเบี้ยส่งผลต่ออัตราการแลกเปลี่ยนอย่างไร
ธนาคารกลางเป็นกลุ่มที่มีอำนาจควบคุมอัตราดอกเบี้ยในประเทศ ถึงแม้ว่าอัตราดอกเบี้ยจะไม่ใช่ปัจจัยที่กำหนดมูลค่าของสกุลเงินโดยตรงแต่การตัดสินใจเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางส่งผลกระทบอย่างมากต่อค่าเงิน นักเทรดจึงควรติดตามการประกาศอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางรวมถึงคำกล่าวต่างๆของผู้ว่าการธนาคารกลางอย่างใกล้ชิด เมื่อธนาคารกลางตัดสินใจขึ้นหรือลดอัตราดอกเบี้ยอ้างอิง นักเทรดฟอเร็กซ์มักจะตอบสนองต่อการตัดสินใจนี้ ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยหรือแม้กระทั่งน้ำเสียงของผู้ว่าธนาคารกลางก็อาจกระตุ้นการซื้อขายได้ ดังนั้น การทำความเข้าใจเกี่ยวกับผลกระทบการตัดสินใจเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางจึงมีนัยสำคัญเป็นอย่างยิ่งต่อการวางแผนและตัดสินใจในการเทรด
กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ (Sovereign Wealth Funds)
กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ ถือเป็นอีกหนึ่งผู้เล่นรายใหญ่ในตลาดฟอเร็กซ์ กองทุนนี้ของรัฐบาลที่จัดตั้งขึ้นเพื่อนำสภาพคล่องของประเทศไปลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ โดยแหล่งที่มาของเงินกองทุนนี้มักมาจากการค้าน้ำมันหรือการแลกเปลี่ยนสินค้าจำนวนมาก ซึ่งต่างจากธนาคารที่ต้องการความมั่นคง ซึ่งกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติทำหน้าที่คล้ายสถาบันการลงทุนขนาดใหญ่ที่สามารถจัดการบริหารสินทรัพย์ได้นับจำนวนล้านล้านดอลลาร์สหรัฐและการแลกเปลี่ยนเงินจำนวนมหาศาลนี้สามารถส่งผลกระทบได้นานนับปี
กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติส่งผลกระทบอย่างไรต่อตลาด Forex
- เข้าถึงสินทรัพย์แบบไร้พรมแดน
กองทุนความมั่งคั่งสามารถซื้อสินทรัพย์ต่างประเทศได้ เช่น ที่ดินในลอนดอนหรือหุ้นในนิวยอร์ก จากนั้นจึงแลกเปลี่ยนสกุลเงินประเทศตนเองเป็นสกุลเงินต่างประเทศ การแลกเปลี่ยนสกุลเงินนี้สามารถเพิ่มความต้องการของสกุลเงินต่างประเทศนั้นให้สูงขึ้นได้
- จัดการพอร์ตเพื่อปรับสมดุล
กองทุนความมั่งคั่งมักปรับสมดุลของพอร์ตการลงทุนเพื่อบริหารความเสี่ยงและด้วยขนาดพอร์ตที่ใหญ่ การจัดสรรเพียงแค่ 5% ของพอร์ตก็เทียบเท่ากับการแลกเปลี่ยนเงินยูโรเป็นเงินดอลลาร์ออสเตรเลีย เพียงเท่านี้ก็สามารถมีส่งผลกระทบต่ออัตราการแลกเปลี่ยนระหว่างคู่สกุลเงินนี้ได้
- นำรายได้จากทรัพยากรมาหมุนเวียน
ประเทศที่ร่ำรวยจากทรัพยากรธรรมชาติ เช่น น้ำมันดิบ มักขายทรัพยากรเหล่านี้เป็นสกุลเงินต่างประเทศ อย่างเช่นดอลลาร์สหรัฐ บทบาทของกองทุนความมั่งคั่งคือนำสกุลเงินต่างประเทศนี้มาหมุนเวียนในตลาด โดยการแปลงค่าสกุลเงินเพื่อช่วยกระจายเงินทุนของประเทศได้
ธนาคารพาณิชย์และธนาคารเพื่อการลงทุน (Commercial and Investment Banks)
ธนาคารมีบทบาทสำคัญอย่างมากเปรียบเสมือนสิ่งที่ขับเคลื่อนตลาด Forex โดยทำหน้าที่รองรับกับปริมาณการเทรดจำนวนมากและยังให้สภาพคล่องให้กับผู้เข้าร่วมในตลาดฟอเร็กซ์ ถ้าไม่มีธนาคารตลาด Forex ก็จะไม่สามารถดำเนินการได้ ธนาคารเหล่านี้มักซื้อขายในระบบที่เรียกว่า Interbank Market ซึ่งมีความรวดเร็วและไร้ขีดจำกัดเพราะเป็นการจัดการโดยตรงระหว่างธนาคารกับกลุ่มลูกค้ารายใหญ่
บทบาทของธนาคารในตลาดฟอเร็กซ์มีอะไรบ้าง
- เป็นผู้สร้างตลาดหรือผู้สร้างสภาพคล่อง
นับว่าเป็นบทบาทที่สำคัญที่สุดของผู้เข้าร่วมในตลาด Forex โดยทั่วไปธนาคารยินดีที่จะซื้อหรือขายสกุลเงินต่างๆเสมอและราคาที่คุณเห็นในระบบก็มาจากธนาคารเหล่านี้ ซึ่งธนาคารก็สร้างกำไรจากค่าสเปรด เช่น ส่วนต่างระหว่างราคาซื้อและราคาขาย
- ซื้อขายเพื่อผลประโยชน์ของตนเอง หรือ Proprietary Trading
ธนาคารไม่เพียงแต่ดำเนินการซื้อขายแก่ผู้อื่น แต่ยังทำการเทรดเพื่อผลประโยชน์ของธนาคารเอง โดยใช้ระบบ algorithms และการวิเคราะห์มหาภาคเพื่อคาดการณ์แนวโน้มอัตราการแลกเปลี่ยนและอัตราดอกเบี้ย ซึ่งอาจมีความแม่นยำหรือผิดพลาดได้
- ให้บริการลูกค้า
ธนาคารมักให้ความช่วยเหลือแก่กลุ่มลูกค้าสถาบันต่างๆที่ต้องการแลกเปลี่ยนสกุลเงินจำนวนมาก เช่น หน่วยงานรัฐบาล เฮดจ์ฟันด์หรือบริษัทข้ามชาติ โดยธนาคารจะบริหารจัดการธุรกรรมเพื่อให้ดำเนินการอย่างราบรื่น
บริษัทข้ามชาติ (Multinational Corporations)
บริษัทข้ามชาติ เช่น บริษัท Apple, บริษัท Samsungและบริษัท Toyota เป็นกลุ่มผู้เล่นในตลาด Forex ที่แตกต่างกับธนาคารซึ่งทำการซื้อขายเพื่อทำกำไร บริษัทเหล่านี้มักมีเกี่ยวข้องกับการแลกเปลี่ยนสกุลเงินเพื่อสนับสนุนกิจกรรมทางธุรกิจระหว่างประเทศ โดยมีจุดมุ่งหมายในการดำเนินการทำธุรกรรมมากกว่าการเสี่ยงโชคเพื่อทำกำไร
บริษัทข้ามชาติมีส่วนร่วมในตลาดฟอเร็กซ์อย่างไร
- ใช้สรุปยอดการโอน
การสรุปยอดการโอนคือพื้นฐานของบริษัทข้ามชาติ เมื่อบริษัทที่อยู่ในสหรัฐอเมริกาทำการซื้อสินค้าจากต่างประเทศ เช่น เยอรมัน จะต้องแลกเปลี่ยนสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐเป็นเงินยูโรเพื่อให้การทำธุรกรรมเสร็จสมบูรณ์
- การโอนเงินกลับประเทศ
บริษัทข้ามชาติ มักจะแลกเปลี่ยนกำไรที่ได้รับกลับมาเป็นสกุลเงินของประเทศตัวเอง ตัวอย่างเช่น บริษัท Toyota ที่แลกเปลี่ยนรายได้จากฐานผลิตในสหรัฐอเมริกากลับมาเป็นสกุลเงินเยนในญี่ปุ่น
- การล็อคเรทอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงิน
บริษัทข้ามชาติมักใช้ตลาดฟอเร็กซ์ในการล็อคอัตราการแลกเปลี่ยนสำหรับธุรกรรมในอนาคตเพื่อรักษาเสถียรภาพทางการเงินของบริษัทและสร้างกำไรได้ในสกุลเงินของประเทศตัวเอง ซึ่งถือว่าเป็นการประเมินความเสี่ยงในด้านสกุลเงิน
ทำไมบริษัทข้ามชาติจึงมีความสำคัญสำหรับ ผู้เล่นในตลาด Forex
แม้ว่าปริมาณการซื้อขายในแต่ละวันของบริษัทข้ามชาติจะน้อยกว่าเมื่อเทียบกับกลุ่มธนาคารหรือเฮดจ์ฟันด์ แต่บริษัทข้ามชาติยังคงเป็นผู้เล่นหลักในการสร้างความต้องการทางเศรษฐกิจสำหรับสกุลเงินต่างๆผ่านการซื้อขายระหว่างประเทศและการค้าข้ามพรมแดน ซึ่งแบ่งออกเป็น
- กระแสแบบระยะยาว
ในขณะที่นักลงทุนขับเคลื่อนการเคลื่อนไหวราคาในระยะสั้น การซื้อขายสินค้าและการลงทุนอย่างต่อเนื่องโดยบริษัทข้ามชาติมีอิทธิพลต่อการขับเคลื่อนราคาสกุลเงินได้ในระยะยาว
- การควบรวมและซื้อกิจการ (Mergers and Acquisitions)
การควบรวมและการซื้อกิจการระหว่างประเทศสามารถสร้างความต้องการสกุลเงินอย่างมากในระยะสั้น ซึ่งส่งผลกระทบอย่างมากต่อค่าความผันผวนในตลาด Forex
กองทุนบริหารความเสี่ยง (Hedge Funds) และผู้จัดการสินทรัพย์ (Asset Managers)
กองทุนบริหารความเสี่ยงคือผู้เล่นที่เน้นการลงทุนเชิงรุกในตลาดฟอเร็กซ์ ซึ่งแตกต่างกับกลุ่มบริษัทข้ามชาติที่ต้องการแลกเปลี่ยนสกุลเงินต่างๆเพื่อบริหารธุรกิจ แต่สำหรับกองทุนบริหารความเสี่ยงต้องการเทรดเพื่อทำกำไรโดยใช้ปริมาณมากเพื่อหาผลประโยชน์จากความผันผวนในระยะสั้น
บริหารความเสี่ยงขับเคลื่อนในตลาด Forex อย่างไร
- ภาพรวมเศรษฐกิจมหภาค (Macro Speculation)
กองทุนบริหารความเสี่ยงจะวิเคราะห์จากภาพรวมเศรษฐกิจทั่วโลกเพื่อวางเดิมพันกับนโยบายของธนาคารกลาง อัตราดอกเบี้ยและค่าเงินเฟ้อ
- การลงทุนแบบ Carry Trade
คือการที่กองทุนบริหารความเสี่ยงกู้เงินจากสกุลเงินที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำ เช่น สกุลเงินเยน เพื่อลงทุนในสกุลเงินที่มีอัตราดอกเบี้ยสูง แล้วทำกำไรจากส่วนต่างระหว่างอัตราดอกเบี้ยนี้
- การเทรดตามข่าวและค่าความผันผวน
ด้วยข้อได้เปรียบจากระบบอัลกอลิทึมในการซื้อขาย กองทุนบริหารความเสี่ยงจะตอบสนองทันทีต่อข้อมูลทางเศรษฐกิจ เช่น ข้อมูลการจ้างงานหรือข่าวด้านกฎหมายทางภูมิรัฐศาสตร์ เพื่อสร้างผลกำไรจากความผันผวนของราคาในระยะสั้น
นักเทรดรายย่อย
นักเทรดรายย่อยคือนักลงทุนทั่วไปที่ทำการเทรดหรือลงทุนด้วยเงินทุนส่วนตัวผ่านช่องทางโปรแกรมออนไลน์ เช่น MetaTrader 4 และ MetaTrader 5
ลักษณะของนักเทรดรายย่อยมีอะไรบ้าง
- แนวทางการเทรดโดยทั่วไป
นักเทรดเหล่านี้มีเป้าหมายที่จะทำกำไรในระยะสั้นจากการเคลื่อนไหวของราคาในตลาด ซึ่งมักจะเข้าและออกตลาดอย่างรวดเร็วภายในระยะสั้นเท่านั้น
- ขับเคลื่อนด้วยการวิเคราะห์ทางเทคนิค
เนื่องจากนักเทรดรายย่อยไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกเหมือนกับกลุ่มธนาคารรายใหญ่ได้ พวกเขาจึงใช้กราฟราคา รูปแบบและตัวชี้วัดทางเทคนิคแทนเพื่อช่วยในการตัดสินใจในการซื้อขายในตลาด
ทำไมผู้เทรดรายย่อยจึงสำคัญ
ถึงแม้ว่านักเทรดรายย่อยจะสามารถเทรดได้ในปริมาณที่น้อย แต่จำนวนนักเทรดรายบุคคลนี้กลับเป็นกลุ่มที่มีจำนวนมากที่สุดในบรรดาผู้เล่นในตลาด Forex ซึ่งส่งผลให้
- สภาพคล่อง (Liquidity)
นักเทรดรายย่อยจำนวนมากช่วยในการเพิ่มสภาพคล่องให้กับโบรกเกอร์ในวงการฟอเร็กซ์
- อารมณ์ของตลาด (Market Sentiment)
แม้ว่าปริมาณการซื้อขายของนักเทรดรายย่อยจะไม่ส่งผลกระทบต่ออัตราการแลกเปลี่ยนมากนัก แต่ปริมาณโดยรวมทั้งหมดก็เป็นประโยชน์ต่อสถาบันการเงินเพราะเป็นตัวชี้วัดอารมณ์ของตลาด ตัวอย่างเช่น หากนักเทรดรายย่อยกำลังซื้อ ทางฝั่งสถาบันการเงินอาจต้องการขาย
ฟอเร็กซ์โบรกเกอร์

Forex Broker คือตัวกลางระหว่างนักเทรดรายย่อยกับตลาดฟอร์เร็กซ์ระดับโลก ถ้าหากไม่มีโบรกเกอร์ นักเทรดรายย่อยก็จะไม่สามารถทำการซื้อขายได้เพราะว่าโบรกเกอร์คือผู้ที่ให้บริการระบบซื้อขาย (trading platform) และสามารถเข้าถึงข้อมูลตลาดและให้สภาพคล่องได้
โบรกเกอร์สามารถมอบประสบการณ์การเทรดดังต่อไปนี้
- การเข้าถึงตลาดและการส่งคำสั่ง
ฟอเร็กซ์โบรกเกอร์สามารถจัดหาระบบซอร์ฟแวร์ที่เชื่อมต่อคุณกับราคาคู่สกุลเงินต่างๆในตลาดปัจจุบันได้และสามารถส่งคำสั่งของคุณได้ในทันทีเมื่อคุณกดคำสั่งซื้อหรือคำสั่งขาย
- เลเวลเรจ
โบรกเกอร์ช่วยให้นักเทรดรายย่อยสามารถเทรดในปริมาณที่มากได้โดยใช้เงินประกันจำนวนน้อย ซึ่งเลเวลเรจสามารถเพิ่มผลกำไรหรือทำให้ขาดทุนได้เช่นกัน
- ค่าธรรมเนียมต่างๆ
Forex Broker สร้างรายได้จากค่าสเปรด ซึ่งคือส่วนต่างของราคาซื้อและราคาขาย นอกจากนี้บางโบรกเกอร์ยังคิดค่าคอมมิชชั่นในการซื้อขายแต่ละครั้งอีกด้วย
- การจัดการความเสี่ยง
สิ่งที่สำคัญที่สุดคือโบรกเกอร์มักจะมีเครื่องมือต่างๆที่ช่วยในการเทรด เช่น คำสั่ง stop loss เพื่อช่วยให้นักเทรดสามารถจัดการความเสี่ยงของตัวเองได้
สรุป ผู้เล่นในตลาด Forex
ธนาคารกลางคือกลุ่มผู้เล่นที่สูงสุด = เป็นผู้กำหนดทิศทางระยะยาวของสกุลเงินผ่านอัตราดอกเบี้ยและนโยบายการเงิน ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้เล่นทั้งหมดในตลาด Forex
ธนาคารพาณิชย์และกองทุนบริหารความเสี่ยง = คือกลุ่มที่มักจะเทรดในปริมาณที่มาก ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของราคาในแต่ละวันและสามารถขับเคลื่อนทิศทางของตลาดได้
นักเทรดรายย่อย = แม้ว่ากลุ่มนักเทรดรายย่อยจะไม่มีอิทธิพลมากต่อราคาและความผันผวนแต่กลับเพิ่มความสภาพคล่องให้กับตลาดและใช้การวิเคราะห์ทางเทคนิคเพื่อเข้าเทรดในตลาดนี้
สำหรับนักเทรดและนักลงทุนทั้งหลาย การที่มีความเข้าใจเกี่ยวกับใครคือ ผู้เล่นในตลาด Forex ถือว่าเป็นข้อได้เปรียบ ครั้งหน้าหากคุณเห็นราคาพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วก็อย่าเพิ่งตกใจล่ะ ลองหยุดและพิจารณาว่าใครกันที่อยู่เบื้องหลังการขยับตัวของราคานี้ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มธนาคารกลางที่ต้องการเปลี่ยนราคาในภาพรวมหรือว่ากลุ่มกองทุนบริหารความเสี่ยงที่ต้องการขาย ซึ่งทั้งหมดนี้มักจะมีวิธีสังเกตุสัญญาณที่แตกต่างกันออกไป
สุดท้ายนี้ในตลาดที่มีมูลค่าการซื้อขายมากกว่า 7.5 ล้านล้านบาทต่อวัน มักจะไม่มีอะไรที่เกิดขึ้นเอง การที่รู้ว่าใครเป็นใครในตลาดนี้ก็จะสามารถอธิบายทิศทางของการเคลื่อนไหวของราคาได้ นี่แหละคือข้อแตกต่างระหว่างการเทรดแบบเดามั่วๆกับการที่มีความรู้รอบตัว